พูดคุยกับเว็บมาสเตอร์
 
Call Us
 

ก่อนอื่นก็ขอสวัสดีทุกๆท่านก่อนนะครับ สำหรับในส่วนนี้ก็คือ ที่ซึ่งเอาไว้เล่าขานความเป็นมาของผมนั่นเอง
ทั้งในเรื่องการงาน ประสบการณ์ และ แนวคิดจากการทำงานที่ผ่านมาจนเข้าสู่การเป็นเว็บมาสเตอร์และทำธุรกิจอิสระส่วนตัว

มาพูดถึงเรื่องการงานของผมที่เคยทำมาก่อนในสมัยที่ผมเริ่มทำงานด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน ผมเรียนจบทางด้าน
อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์มาครับ เมื่อผมจบการศึกษาออกไปก็ตระเวนออกหางานทำ ในตอนนั้นผมไปสมัครงานไว้
ที่ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ในศูนย์คอมพิวเตอร์เขียนใบสมัครงานเอกสารครบครัน สมัครงานไว้หลายร้านเลย หมดค่าถ่ายเอกสาร
ไปเยอะเหมือนกันครับ เจ้าของร้านก็บอกว่าจะโทรนัดวันมาสัมภาสงานและรับเข้าทำงาน เค้าบอกเหมือนกันหมดทุกร้านเลยครับ
ผมก็ไล่ตระเวนหาสมัครงานไปจนทั่ว และรอที่ทำงานที่ผมไปสมัครเรียกไปสัมภาส จนสุดท้ายแล้วผมได้งานที่โรงแรม
เป็นช่างไฟฟ้าครับ ซึ่งผมไม่เคยเรียนช่างไฟฟ้ามาก่อนเลย ผมเรียนจบอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์มา

ในตอนนั้นผมเองก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ครับ ต้องเข้างานในเวลาที่กำหนด และ บางทีงานไม่เสร็จก็ต้องเป็น OT ไป
ในช่วงนั้นผมเหนื่อยมากครับ ต้องใช้แรงงานแลกกับเงินเพียงวันละ 180-200 บาท อีกทั้งยังต้องวัดโชคชะตาของตัวเอง
กับความตายหรือการที่จะอยู่รอดบนโลกนี้ต่อไป หรือภาษาอังกฤษจะเขียนได้ว่า Dead Or Alive นั่นเองครับ
ผมได้อยู่กับไฟฟ้าหรือมัจจุราชที่มองไม่เห็นและมันพร้อมที่จะทำให้ผมได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ในทุกเวลาโดยที่ไม่เคย
ไม่มีประสบการณ์กับมันและได้เล่าเรียนมาเป็นเวลา 2 เดือนเต็มๆและแล้วผมเองก็ได้ออกจากงานนั้นโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว
เพราะโดนไฟฟ้าช๊อตจนได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่ผมไม่ได้คาดการณ์ไว้เลย ตอนนั้นอยู่ในช่วงฤดูฝนครับ ผู้ประกอบการ
หรือเจ้าของโรงแรมได้บอกผมว่าทำประกันสังคมให้หมดแล้ว และได้หักค่าจ้างรายเดือนของผมไปเป็นค่าทำกิจกรรมต่างๆ
เรื่องเครื่องแบบในการทำงานและการประกันสังคมและชีวิต
เดือนแรกผมจำได้เลยว่าผมได้รับเงินเดือนอยู่แค่ 2000 กว่าบาทนิดๆนะครับ ซึ่งมันไม่คุ้มเลยที่ผมจะต้องทำแต่ต้องทน
อยู่ยังงั้นต่อไปครับ เพราะว่าผมหาสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลย พูดง่ายๆที่อื่นๆไม่มีใครรับผมเข้าทำงานนั่นเอง
เพราะว่าเขาต้องการให้คนที่เป็นคนรู้จัก ญาติ พี่น้อง ลูกหลาน เข้าไปทำงานนั่นเองครับ หรือเรียกกันง่ายๆว่า เส้น สาย นั่นเอง

กลับมาเข้าเรื่องหลังจากผมได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช๊อตไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาเกือบ 1 อาทิตย์ครับ
ตอนนั้นชะตาผมก็คงไม่เลวร้ายเท่าไหร่เพราะว่ามันอีก 1-2 วันก็จะสิ้นเดือนพอดี เจ้าของโรงแรมได้ให้เงินเดือนกับผม
ที่โรงพยาบาล ใส่ไว้ในซองจดหมายสีขาว เมื่อผมเปิดดูผมเกือบสิ้นหวังในชีวิตเลยครับ เพราะมันมี แบงค์ 1000 อยู่ในนั้น 1 ใบ
แบงค์ 500 อีก 1 ใบ และใบ 100 อีกประมาณ 2-3 ใบ พร้อมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และ ใบจากประกันสังคมและประกันชีวิต
อีก 1-2 ใบนี่แหละครับ ซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินทั้งหมด ท่านผู้อ่านลองคิดดูครับ ว่าผมทำแบบนี้มันคุ้มแล้วเหรอ ผมบอกตรงๆเลยครับ
ไม่ไม่คุ้มมากๆแต่ยังดีที่ผมได้ประสบการณ์จากมัน เมื่อผมกลับมาเป็นมนุษย์ปกติแล้ว ผมจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกทันทีไม่คิดอะไร
ให้มากกว่านี้แล้วครับ

และแล้วหลังจากนั้นผมก็ตกงานยาวเลย จึงตัดสินใจว่าจะทำอะไรให้มันได้เงินมาพอมีใช้นิดๆหน่อยๆก็ยังดี แต่ผมก็ยังโชคดีหน่อย
ด้วยความที่ว่าตอนอยู่มัธยมต้นและมัธยมปลาย ผมได้ฝึกเล่นกีตาร์มาบ้างและก็อยู่ในชมรมดนตรีมาตลอด จนพอมีฝีมือบ้างเล็กๆน้อยๆ
ด้วยความคิดของผม ประกอบกับการที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างไร้จุดหมาย ช่วงนั้นมืด 8 ด้านจริงๆครับ จนมันทำให้ผมหาทางออกในชีวิตไม่ได้เลย
ผมจึงตัดสินใจคว้ากีตาร์คู่ใจและมันพอที่จะเยียวยาชีวิตของผมได้ ออกไปหาเล่นดนตรี ในช่วงนั้นผมใช้เวลาไปพอสมควรเหมือนกัน
ในที่สุดผมก็ได้ร้านอาหารที่ให้ผมเล่นดนตรีได้ ในช่วงนั้นเสียงดนตรีได้เยียวยาชีวิตและจิตใจของผมอยู่ในค่าจ้างวันละประมาณ 300 - 400 บาท
ผมได้รู้จักกับคนมากมายในเส้นทางดนตรี และระดับปรามาจารย์หลายท่านด้วยกัน
ผมได้อยู่ในวงการดนตรีอยู่ประมาณ 1 ปีกว่าๆ แต่ผมก็คิดว่างานดนตรีมันเป็นงานที่ไม่ได้ยั่งยืนและและแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
ในปัจจุบันนี้มันเป็นเพียงอาชีพเสริมสำหรับผมเองครับ

ท้ายสุดผมก็ได้งานประจำทำและในการที่ผมได้มองดูคนรอบข้างตัวผมแล้วจึงทำให้ผมคิดออกได้ และ มีหลักการ
ผมได้งานที่ภัตราคารครับ พบปะกับผู้คนอย่างมากมาย และหน้าที่ของผมในตอนนั้นก็กลับมาเป็นช่างไฟฟ้าเหมือนเดิมด้วย
โชคชะตาเล่นตลกกับผมอีกแล้วครับ ช่วงชีวิตของผมในตอนนั้นถึงจะเหนื่อยกว่าที่เดิมก็ช่างเถอะ แต่มันก็คุ้มกับแรงงานที่ผม
ทำลงไป และ ตอนนั้นผมก็เล่นดนตรีไนตอนกลางคืนด้วยครับ

ในตอนนั้นผมก็ได้แต่คิดว่า ถ้าเราเป็นเจ้าของภัตราคารคงจะดีนะ ในช่วงนั้นมันทำให้ผมคิดได้ว่าลองมองดู คนที่ตำแหน่งสูงๆกว่าเรา
ว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง เค้ามีแผนการณ์ทำงานอย่างไรที่ทำให้ธุรกิจของเค้าอยู่รอดได้ และแล้วผมจึงมองออกและรู้ตัวสักที
ในงานประจำที่ผมได้ทำอยู่นั้น นายจ้างมักจะคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เสมอ คิดถึงความสะดวกสบายและอิสระในการทำงาน
เค้าเหล่านั้นมักจะคิดกับลูกจ้างเหมือนกับว่าถ้ามันทำงานได้เกินวันละ 9 ชั่วโมงและลดเงินเดือนให้มันได้ก็น่าจะดีนะ
เพราะว่าฉันจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าและไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างเยอะๆอีก
ในส่วนของผู้ร่วมงานและลูกจ้างก็คิดเหมือนกันครับ ถ้าเราไปตีสนิทกับนายจ้างได้แล้วก็ปะเหราะมันก็คงจะดี ลองเสี่ยงดวงซักหน่อยละกัน
เพราะเราอาจจะได้ตำแหน่งที่สูงกว่าคนอื่น และจะได้ค่าจ้างที่มากกว่า และที่ผมทำงานอยู่ที่นั่น ทุกคนกลับคิดว่าอาชีพและหน้าที่ของผม
ซึ่งเป็นช่างไฟฟ้าต้อยต่ำสุดๆครับ ผมจึงกลับมาย้อนมองตัวเองว่าอะไรนี่ ผมต้อยต่ำขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งๆที่หน้าที่ของผมก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
กว่าหน้าที่อื่นๆอีก ผมต้องระวังตัวเองอยู่เสมอเมื่อปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นั้นมันมักจะทำให้ผมได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ตลอดเวลา

คราวนี้ผมจึงคิดหาทางออกและแล้วผมก็ค้นพบมันครับ
มันอยู่ใน Internet ที่ส่งข้อมูลผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผมนี่เอง มันทำงานเกี่ยวกับโดเมนเนม โฮสติ้ง และ เว็บไซต์ครับ
ซึ่งก็เข้าทางของผมเลยผมอยากให้มันมีงานแบบนี้มาตั้งนานหลายปีก่อนที่ผมจะเข้ามาค้นพบและเจอกับมัน
มันมีระบบให้ผมสร้าง อำนวยความสะดวกให้กับผมทุกอย่าง มีคู่มือที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายและพร้อมที่จะสร้างระบบกับมันได้ทุกเมื่อ
มันไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้นไม่ว่านายจ้างเป็นเพียงคนที่จบ ป.4 , ม.3 มันก็สามารถทำงานให้กับทุกๆคนได้
และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมันยอมเป็นลูกจ้างที่มีความสามารถแบบไร้เทียมทานของผม มันทำงานให้ผมได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีข้อแม้
ใดๆทั้งสิ้น มันยอมทำตามในสิ่งที่ผมต้องการทุกอย่าง โดยที่มันขอค่าจ้างกับผมเพียงวันละประมาณ 12 บาท
มันไม่ได้ต้องการให้ผมขึ้นเงินเดือนให้ มันไม่มีปัญหาในการทำงานใดๆทั้งสิ้น มันไม่ต้องปรึกษาการทำงานใดๆทั้งสิ้นจากผม ทำให้ผมมีอิสระ
ในการทำงาน ไม่มีการมาสาย ไม่มีการลาออกจากงาน  และมันจะอยู่ทำงานให้ผมตลอดไป
ผมแค่เสียเวลาคิดและสร้างระบบการทำงานให้กับมันเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง แต่มันสามารถทำงานให้กับผมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดไป

สิ่งที่ผมทำเป็นอาชีพอยู่ทุกวันนี้ก็คือเป็นนายจ้าง เจ้าของธุรกิจ และคิดจะสั่งงานให้กับมัน มันเป็นสิ่งที่รับงานจากผมและสร้างรายได้ให้กับผม
ผมก็เป็นคนในโลกนี้เหมือนกันกับทุกคน ผมมีความคิด ผมสามารถทำสิ่งที่ผมคิดได้อย่างง่ายดายและไม่ต้องรอใครมาเป็นเครื่องมือ
ผมไม่เคยยอมให้ใครมาขัดขวางการลงมือทำของผม ผมไม่เคยให้ใครมาปั่นหัวสมองของผมเล่น และทำให้ผมสิ้นหวังในสิ่งที่ผมจะทำ
ตอนนี้ผมทำมันสำเร็จแล้ว ผมทำได้อย่างง่ายดายโดยที่ผมไม่ได้คาดหมายเอาไว้มาก่อน ผมไม่ได้คิดอะไรมากจนเส้นเลือดในสมองพัง
ผมไม่ได้บังคับขู่เข็ญให้ระบบของผมทำงาน ผมแค่คิดในสิ่งที่ทำให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ แล้วก็สั่งให้ระบบของผมทำงานแค่นั้นเอง

หลังจากที่คุณได้มองเห็นแล้ว ภาพรวมของมันแล้วว่ามันมีความเป็นจริงอยู่ตรงหน้าของคุณทุกประการ
ทุกคนมีความคิดและทำได้เหมือนกันหมด และสิ่งที่ทุกคนจะประสบผลสำเร็จจากทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจาก
มันเกิดขึ้นจากการที่เราได้ศึกษาและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ คิดในสิ่งที่สร้างสรรค์และการลงมือทำ

แล้วคุณหละ คิดว่าอย่างไร....


ผู้เขียน นพดล  มณีวรรณ เว็บมาสเตอร์และเจ้าของเว็บไซต์ www.noppadon.ws แต่เพียงผู้เดียว

 

Copyright © noppadon.ws นพดล ดอท เว็บไซต์ สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จนถึงระยะทำการในปัจจุบัน 

Copyright © noppadon.ws Noppadon Forum Website All Rights Reserved. Until the present time